วิธีการส่งบุญให้ผู้อื่น รวมถึงเจ้ากรรมนายเวร “การอุทิศบุญ” (ปัตติทานมัย)

บุญนั้นมีลักษณะพิเศษที่ไม่เหมือนใครอยู่ประการหนึ่งคือ ยิ่งให้ยิ่งเพิ่มพูนเหมือนกับการตักข้าวลงไปในหม้อข้าวทิพย์ที่ตักแจกจ่ายไปเท่าไหร่ ข้าวก็ไม่มีวันหมดยิ่งตักแจกไปข้าวก็ยิ่งเพิ่มมากๆ ขึ้นฉันนั้น การมอบบุญให้ผู้อื่นในพระพุทธศาสนานั้นเรียกว่า“การอุทิศบุญ” (ปัตติทานมัย)

การอุทิศบุญก็คือการยกส่วนบุญที่ตนเองได้ทำแล้วและอนุญาตส่วนบุญนั้นให้เป็นของผู้อื่นคือผู้ที่เราต้องการจะยกบุญให้เพื่อปรารถนาให้ผู้รับมีความสุข แล้วส่งบุญไปให้แก่บรรพชนตลอดจนสรรพสัตว์สรรพวิญญาณทั้งหลายและตั้งจิตอธิษฐาน เพื่อให้ตนเองได้กระทำความดีต่อไปหรืออธิษฐานในสิ่งประสงค์อันดีงามให้สำเร็จตามความปรารถนา

หากยังสงสัยว่าการยกบุญที่ทำแล้วนั้นจะเป็นบุญเพิ่มได้อย่างไรก็ลองมาดูตัวอย่างในพุทธประวัติ
ครั้งพระเจ้าพิมพิสาร ได้ทำบุญแล้วไม่ได้ยกบุญให้ใครก็เลยมีคนมาขอส่วนบุญซึ่งขอเท้าความไปถึงอดีตชาติแต่หนหลังเพื่อให้ทราบที่มาที่ไปว่า

ในอดีตกาลอันยาวไกลเมื่อครั้งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปุสสะพุทธเจ้า ทรงอุบัติขึ้นมีพระราชบุตร 3 พระองค์ของพระเจ้าชัยเสนแห่งกาสิกนคร มีความศรัทธาที่จะถวายภัตตาหารแด่พระปุสสพุทธเจ้า
และพระภิกษุสงฆ์สาวกติดต่อกันหลายวัน พระเจ้าชัยเสนจึงได้ประทานราชทรัพย์เป็นค่าใช้จ่ายให้มากมายและขอความร่วมมือจากพระประยูรญาติ ข้าทาสบริวารคนรับใช้ ทั้งเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียง ให้ช่วยเหลือในกิจการทำบุญในครั้งนั้นให้สำเร็จ

แต่ใจมนุษย์นั้นยากแท้หยั่งถึง มีทั้งคนดีเลวปะปนกัน บางพวกก็เต็มใจช่วยเหลืองานได้จัดทำการทุกอย่างด้วยความเต็มใจ ด้วยหวังบุญกุศลและมีความศรัทธา แต่บางพวกถูกความโลภเข้าครอบงำเห็นเงินทองที่เขาให้นำมาทำอาหาร และซื้อของเข้าก็เกิดความโลภอยากได้จึงยักยอกเอาไว้ใช้ส่วนตัวเสียบ้าง ทำแต่ของเลว ๆ ถวายพระ แต่ไปแจ้งว่าซื้อแต่ของดีๆบ้างรวมไปถึงมีการนำอาหารที่ทำไว้สำหรับพระไปกินเองเสียบ้าง นำไปให้ลูกหลานตัวเองกินบ้างทำให้การเลี้ยงพระคราวนั้นผ่านไปด้วยความไม่เรียบร้อยเท่าที่ควร

แต่ราชบุตรทั้งสามกลับไม่ว่ากล่าวอะไรต่อเหล่าคนใจคดเหล่านั้นเพราะตั้งใจให้เกิดเป็นบุญเป็นกุศลแล้ว
ใครจะยักยอกอะไรไปอย่างไรก็จะรักษาใจที่ศรัทธาไว้ให้ดีให้ได้

บุคคลทั้งหมดที่ได้มาร่วมงานบุญนี้ เมื่อสิ้นชีวิตไปแล้วก็พากันไปเกิดตามกรรมของตนเองพวกเหล่าราชบุตรและผู้ที่ปฏิบัติดีเต็มใจช่วยเหลือในงานนั้นก็ได้ไปสู่สุคติภูมิเมื่อจุติจากสุคตินั้นแล้วก็ได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีก ในสมัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ปัจจุบัน

ราชบุตรองค์โตได้เกิดมาเป็น “พระเจ้าพิมพิสาร” พระมหากษัตริย์แห่งเมืองราชคฤห์ เมืองหลวงแคว้นมคธที่เหลือก็ไปเกิดเป็นพระประยูรญาติและบริวารประชาชนในเมืองราชคฤห์นั้น

ส่วนเหล่าผู้ที่ยักยอกทานหรือเงินทองทำบุญและกินของก่อนถวายพระครั้นตายไปแล้วกลับได้ไปเกิดเป็นเปรตรูปร่างต่างๆ มีรูปร่างผ่ายผอมหิวโหยอดอยากและต่างเฝ้ารอคอยส่วนบุญที่ญาติๆ ของตนจะอุทิศไปให้จากโลกนี้ แต่รอคอยมาหลายพุทธันดรก็ไม่มีวี่แววว่าจะได้รับ

ต่อมาเมื่อพระเจ้าพิมพิสารทรงกลับมาเกิดแล้ว ความหวังของเปรตเหล่านั้นก็เรืองรองขึ้นมาบ้าง
พระเจ้าพิมพิสาร ครั้นทรงบำเพ็ญบุญในพระพุทธศาสนาเป็นอันมาก เช่น ทรงถวายอุทยานสวนไผ่
ให้เป็นพระอารามที่ประทับของพระพุทธองค์พร้อมพระภิกษุสงฆ์สาวกทั้งหลายเป็นแห่งแรกชื่อว่า
วัดเวฬุวันมหาวิหาร และได้ถวายปัจจัย 4 ที่จำเป็นต่อพระภิกษุเสมอมา

แต่ว่าเป็นที่น่าเสียดายเพราะ พระเจ้าพิมพิสารกลับไม่เคยได้อุทิศส่วนบุญนั้นๆ ให้กับอดีตพระประยูรญาติผู้ใดเลยพวกเปรตที่เป็นญาติของพระองค์เหล่านั้นผู้รอคอยส่วนบุญอยู่จึงต้องผิดหวังทุกครั้งในการรอรับส่วนบุญ

อยู่มาคืนหนึ่งเปรตที่เป็นพระญาติจึงได้แสดงตัวส่งเสียงร้องครวญครางให้พระเจ้าพิมพิสารได้เห็นรูปร่างของตนพระเจ้าพิมพิสารทรงสะดุ้งตกพระทัยเป็นอันมากในคืนนั้น

พอรุ่งเช้า พระเจ้าพิมพิสาร จึงรีบไปทูลถามพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเรื่องเปรตที่ได้เห็นมาพระพุทธองค์จึงทรงตรัสเล่าเรื่องอดีตชาติของเหล่าเปรตนี้ให้ทรงทราบ พระเจ้าพิมพิสารทูลถามว่าถ้าตนเองได้ถวายทาน แล้วอุทิศในตอนนี้พวกญาติเหล่านั้นจะได้รับส่วนบุญหรือไม่

เมื่อพระพุทธองค์ตรัสว่าได้รับแน่นอนแต่ท่านจะต้องทำการยกบุญของท่านให้เหล่าเปรตเหล่านั้นด้วย
พระเจ้าพิมพิสารจึงทรงเตรียมการถวายภัตตาหาร แด่พระภิกษุสงฆ์โดยมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประมุขโดยเร็วครั้นเมื่อพระภิกษุสงฆ์ฉันเสร็จแล้ว พระเจ้าพิมพิสาร จึงทรงหลั่งทักษิโณทก (กรวดน้ำ) อุทิศส่วนกุศลว่า

“ อิทัง เม ญาตีนัง โหตุฯ ขอส่วนบุญนี้ จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลาย ของข้าพเจ้าด้วยเถิด”

ทันใดนั้น เปรตผู้เป็นญาติทั้งหลายเหล่านั้น ต่างก็อิ่มหนำสำราญด้วยอาหารทิพย์ที่พระเจ้าพิมพิสารได้อุทิศให้จากนั้นในวันถัดมา พระเจ้าพิมพิสาร ได้ถวายผ้าไตรจีวร,เสนาสนะและเภสัช แด่เหล่าพระภิกษุสงฆ์อีกแล้วทรงกรวดน้ำอุทิศ ไปให้เปรตเหล่านั้นทุกครั้ง เปรตเหล่านั้นก็ได้รับส่วนบุญเหล่านั้นทุกครั้ง
และไปเกิดตามกรรมของตนไม่มารบกวนพระเจ้าพิมพิสารอีกเลย

การส่งบุญให้เปรียบเหมือนการจุดเทียนส่งต่อไฟให้ผู้อื่น ตัวเรามีแสงไฟก็ต่อไฟให้เขาได้แสงสว่างบ้าง
ไฟที่อยู่ในมือก็ไม่หายไปไหนแต่การจะส่งบุญให้ใครได้ก็ต้องมีหลักวิธีหรือข้อแม้ก่อนว่า
ต้องมีองค์ประกอบครบ 4 ประการ 
ตามหลักแห่ง “ชานุสโสนีสูตร” ในพระไตรปิฎกว่าด้วยการอุทิศบุญ

1. ผู้ที่อุทิศบุญนั้นต้องมีบุญพร้อมที่จะอุทิศ หมายความว่า คนๆนั้นต้องสร้างบุญด้วยการทำบุญใดๆเสียก่อนจึงจะมีบุญส่งให้ผู้ที่ล่วงลับได้ คือถ้าอุทิศบุญแบบนึกเอาเฉยๆโดยไม่ได้ทำอะไร บุญนั้นก็ไม่สำเร็จผลเหมือนการจะต่อเทียนให้คนอื่นแต่ตัวเองยังไม่ได้จุดไฟแล้วจะเอาไฟที่ไหนไปต่อให้ผู้อื่น ฉันนั้น

2. ผู้ที่อุทิศบุญมีเจตนาในการอุทิศบุญให้ หรือ ได้อนุญาตส่วนบุญที่จะยกให้แล้ว
หากไม่ได้แสดงเจตนาในการอุทิศบุญหรือไม่อนุญาตบุญให้บุญก็จะตกเป็นของเจ้าของบุญที่ทำนั้น
ผู้อื่นไม่มีสิทธิในบุญแบบกรณีพระเจ้าพิมพิสารก่อนที่จะรู้จักการอุทิศบุญ
บุญที่ทำมาก่อนหน้านั้นก็เป็นของพระองค์เองทั้งหมด

3. ผู้ที่รับต้องอยู่ในสภาพที่พร้อมจะรับบุญได้ คือได้เกิดเป็นโอปปาติกะ(สัตว์กายทิพย์ เช่น เปรต หรือเทวดาชั้นล่าง ๆแล้ว) อยู่ในสถานะที่พอรับได้ไม่ใช่ยังอยู่ในขณะที่กำลังรับโทษทัณฑ์ คือ ไปเกิดเป็นสัตว์นรกแล้วกำลังรับโทษอยู่ใน มหานรกทั้ง 8 ขุมหากจะรับบุญนั้นได้ก็ต้องรอให้เขาเหล่านั้นพ้นสภาพจากการรับโทษทัณฑ์ก่อน

ข้อนี้เปรียบเหมือนคนที่ทำผิดแล้วกำลังได้รับโทษถูกโบยตีอยู่ก็ไม่อาจออกมารับอาหารที่มีคนนำมาให้ได้ ต้องรอให้การลงโทษนั้นผ่านพ้นไปเรียบร้อยแล้วซึ่งเป็นไปตามกรรมของใครของมัน บุญที่ได้อุทิศทิ้งไว้ให้ก็ไม่ได้หายไปไหน

4. ผู้ที่รอรับบุญนั้นต้องอนุโมทนา หรือยินดีรับบุญนั้น ถ้าไม่ยินดีรับก็ไม่สามารถรับบุญได้หากเขาให้แล้วไม่ยอมรับไม่เอา และไม่ยินดีที่จะรับบุญที่ญาติส่งมาให้ก็ไม่อาจนำบุญที่เขาให้ไปก่อประโยชน์กับตนเองได้ คือมีจิตไม่เลื่อมใสในบุญเอง ซึ่งข้อนี้ถือเป็นกรรมเฉพาะตัวเป็นไปตามกรรมและดวงจิตของใครของมัน

วิธีการอุทิศบุญทำอย่างไรการอุทิศบุญมีวิธีการส่งบุญอยู่สองวิธีคือ

1. การกรวดน้ำ หมายถึง การรินน้ำหลั่งลงให้เป็นสาย อันเป็นเครื่องหมายแห่งสายน้ำใจ อันบริสุทธิ์
ตั้งใจอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลที่ตนเองได้ทำมาในวันนั้นให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้วและแสดงถึงกระแสบุญที่ไหลไม่ขาดห้วงเหมือนสายน้ำที่ไหลติดต่อกัน การอุทิศส่งบุญจึงนิยมใช้น้ำเป็นสื่อแทนบุญสำหรับปุถุชนทั่วไปที่จิตยังไม่แข็งหรือมีพลังพอจะส่งบุญด้วยจิตล้วนๆ

การกรวดน้ำอุทิศบุญยังได้ชื่อว่าเป็นการแสดงความกตัญญูด้วย ถ้าผู้ล่วงลับไปแล้วเป็นผู้มีอาวุโสน้อยกว่า เช่น เป็นบุตร ธิดา เป็นน้อง หรือเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ก็ชื่อว่าได้แผ่เมตตากรุณาธรรมของตนไปสู่ผู้ล่วงลับเหล่านั้น

ถ้าหากผู้ล่วงลับนั้นเป็นผู้อาวุโสมากกว่า เช่น เป็นบิดามารดา ปู่ ย่า ตา ยาย เป็นพี่ หรือครูบาอาจารย์ เป็นต้น ก็ชื่อว่าได้แสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทิตาต่อท่านเหล่านั้นเพราะต้องการให้ท่านมีความสุขแม้ท่านผู้มีพระคุณเหล่านั้นจะจากไปแล้วก็ตาม

2.การนึกอุทิศบุญให้โดยทันที วิธีการนี้เป็นการอุทิศบุญแบบไม่ต้องใช้เครื่องมือใดๆไม่ต้องใช้น้ำกรวดอุทิศบุญ แต่เป็นการตั้งจิตอธิษฐานส่งบุญให้กับผู้ที่เราต้องการจะยกบุญให้ซึ่งผู้ที่ได้ฝึกจิตสมาธิมาเป็นอย่างดีแล้วจะสามารถทำได้อย่างชำนาญและได้ผลไม่ต่างจากการกรวดน้ำ

อย่างไรก็ตาม หากต้องการฝึกอุทิศบุญแบบนี้ ควรมีพื้นฐานในการฝึกจิตให้สงบนิ่งอยู่เป็นประจำเสียก่อน
ไม่เช่นนั้นบุญที่อุตส่าห์ทำก็ส่งถึงมือผู้รับได้ไม่ต่อเนื่องเพราะสื่อที่ใช้ส่งยังไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ
เหมือนจานดาวเทียมที่มีสัญญาณไม่ดี เครื่องรับก็ได้ภาพมาแบบติดๆ ขัดๆ เหมือนแผ่นซีดีสะดุด
ผู้ที่ฝึกจิตมาดีแล้ว อย่างผู้ที่ฝึกตนถือศีล เจริญภาวนาเป็นประจำจะทำได้ง่ายและสะดวก
เพราะมีเครื่องมือที่พร้อมใช้งาน พร้อมจะส่งบุญให้อย่างมีประสิทธิภาพ

การตั้งจิตนึกอุทิศบุญขอให้ทำทันที นึกภาพให้ชัดเจนอย่าให้ลางเลือน
นึกถึงใครก็รีบส่งบุญให้อย่ามัวลังเลชักชาโดยการกล่าวอุทิศว่า

“…บุญนี้จงเป็นของเทวดาผู้รักษาตัวข้า” หรือ “บุญนี้จงเป็นของเจ้ากรรมนายเวรของข้า”
หรือ “บุญนี้จงเป็นของเทวดา-ภูต-ผี-ปีศาจ-เปรต-ครุฑ-นาค-ยักษ์ ที่อาศัยอยู่ในสถานที่เรือกสวนไร่นา
หรือเคหะสถานบ้านเรือนของข้า”

หรืออาจกล่าวว่า “บุญนี้จงเป็นของเทวดาผู้รักษาบุตรของข้า จงเป็นของเทวดาผู้รักษาบิดา-มารดาของข้า” เป็นต้นขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการแก้ไขในจุดไหน เช่น ถ้ากิจการค้าของท่านล้มเหลวหรือซบเซา
เมื่อท่านทำบุญทุกครั้งควรอุทิศให้เทวดาประจำตัวของท่าน และเทวดาที่ดูแลกิจการการค้าด้วยพร้อมกันไปแล้วอธิษฐานว่า

“เทวดาที่รับบุญของเราแล้ว โปรดช่วยเหลือกิจการค้าธุรกิจของเรา ให้ประสบความสำเร็จด้วยเถิด
ถ้าร่ำรวยขึ้นจะทำบุญให้ท่านยิ่งๆ ขึ้นไปอีก” จะใช้คำเรียกตนเองว่าข้า ว่าเรา ก็ได้ทั้งนั้น
ร้านค้าขายจะเป็นร้านอะไรก็แล้วแต่ เมื่อทำบุญก็ให้อุทิศบุญแก่เทวดาที่รักษาร้านค้านั้นด้วย
แล้วบอกว่า “เทวดาเมื่อได้รับบุญแล้ว โปรดเรียกลูกค้ามาอุดหนุนให้มากๆ ด้วย”

คำอธิษฐานส่งบุญยกบุญให้นี้เป็นตัวอย่างเท่านั้น หากเราได้สร้างบุญในรูปแบบอื่นๆ มา
ก็สามารถนำบุญชนิดนั้นมายกให้ผู้อื่นได้ เช่น เมื่อตั้งใจรักษาศีล
ก็ย่อมเกิดบุญกุศลขึ้นทุกครั้งที่ระลึกถึงศีลตัวเองรักษาดีแล้วไม่ด่างพร้อยก็อธิษฐานส่งบุญได้ว่า
“บุญที่ข้าพเจ้าได้รักษาศีลนี้ขอมอบแก่…………………………..”

การอุทิศบุญจึงเป็นสิ่งสำคัญภายหลังการทำบุญที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานกว่า 2,500 ปี
และยังเป็นสิ่งที่ควรกระทำทุกครั้ง

บุญที่ทำนั้นควรอุทิศให้ใครบ้างการอุทิศบุญนั้นเราควรต้องเริ่มจากการอุทิศบุญให้กับผู้ที่มีคุณธรรม
และอำนาจแห่งคุณงามความดีสูงสุดไปตามลำดับอย่าง พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสังฆเจ้า
พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันต์สาวก พระโพธิสัตว์ พระอริยสงฆ์ทุกพระองค์ พรหมเทพเทวดา บิดามารดา ครูบาอาจารย์ผู้มีพระคุณ เจ้ากรรมนายเวรและสรรพสัตว์ สรรพวิญญาณทั้งหลายทั้งปวง ทั้งที่เป็นญาติก็ดีและไม่ใช่ญาติก็ดีและในส่วนที่เน้นเป็นรายบุคคลก็กล่าวอุทิศไปได้ตามใจปรารถนาที่เราหวังจะให้คนเหล่านั้นมีความสุข

ขอให้เราทุกคนเชื่ออย่างมั่นใจได้ว่า เมื่อเราได้ทำบุญกุศลแล้ว ไม่ว่าเมื่อใดก็ตามเราทุกคนก็ยังคงได้ใช้บุญของเราอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยได้ใช้บุญกุศลนั้นแน่นอนตามหลักที่ได้กล่าวมาแล้ว
ซึ่งจะส่งผลเมื่อใดนั้นขึ้นอยู่กับวาระของบุญนั้นๆ และกรรมจะเป็นผู้กำหนดเองทั้งสิ้น

ธรรมทาน แผ่นพับบทสวดมนต์สีสวย

การให้ธรรมะชนะการให้ทั้งปวง การพิมพ์หนังสือธรรมะแจก
ถือเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ บารมีมาก อานิสงส์สูงยิ่ง เพราะเป็นการให้ปัญญา
ให้แสงสว่าง ให้ความพ้นทุกข์ ให้ความสงบ ความสุขอันแท้จริงแก่คนและสรรพสัตว์ทั้งหลาย
ได้สุขกายใจกันถ้วนทั่ว ด้วยพลังบุญแห่งภาวนา สมาธิ อโหสิกรรม
และการแผ่เมตตาอันสุดประมาณ เทพเทวาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างสรรเสริญยินดี
ร่วมอนุโมทนาในบุญแห่งการสวดมนต์ ภาวนา สมาธินั้น

• บุญเกิดขึ้นทุกครั้ง ที่ผู้รับเกิดปิติ เกิดความสงบแห่งกาย ใจ จิต เกิดมหาสติ เกิดมหาปัญญา

• บุญเกิดขึ้นทุกครั้ง เมื่อผู้รับมีความสุข สงบ และแบ่งความสุขกาย สงบใจแห่งบุญนั้น ต่อๆไป

สวดมนต์ ภาวนา วิปัสสนา สมาธิ คือบุญใหญ่ อานิสงส์สูง ง่ายงามสำหรับทุกคน
การสร้างธรรมทาน แจกบทสวดมนต์ที่ถูกต้อง คุณภาพดี สีสวยงามประณีต
คือมหาธรรมทาน เป็นการส่งบุญ ส่งความสว่าง ความสงบ
มหาสติ มหาปัญญาไปสู่คนทั้งหลาย

เปรียบดั่งเราปลูกต้นบุญ อำนาจแห่งบุญก็เติบโตแผ่ขยาย แตกหน่องอกงาม
ออกดอก ออกผล แพร่ขยายร่มใบแห่งต้นบุญออกไปตลอดกาล
การสร้างหนังสือสวดมนต์แจกเป็นทาน
จึงชื่อว่าเป็นการปลูกต้นบุญชีวิต ต้นบุญแห่งธรรม
ดั่งพุทธพจน์กล่าวว่า..ผู้ใดให้ธรรมเป็นทาน ผู้นั้นชื่อว่าให้นิพพานแก่คนทั้งหลาย

ธรรมทาน

“แผ่นพับบทสวดมนต์สีสวย”
หนังสือสร้างบุญ สร้างสุข สร้างปัญญาญาณ
ให้นิพพานแก่คนทั้งหลาย
บุญประณีต อิ่มใจผู้ให้ สุขใจผู้ให้

● สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ
● สพฺพํ รสํ ธมฺมรโส ชินาติ
● สพฺพํ รตึ ธมฺมรตี ชินาติ
● ตณฺหกฺขโย สพฺพทุกฺขํ ชินาติ.

● ธรรมทานย่อมชนะทานทั้งปวง
● รสแห่งธรรมย่อมชนะรสทั้งปวง
● ความยินดีในธรรมย่อมชนะความยินดีทั้งปวง
● ความสิ้นไปแห่งตัณหาย่อมชนะทุกข์ทั้งปวง.

บทสวดมนต์ พระคาถาศักดิ์สิทธิ์ ๑๙ บท

พร้อมด้วยคาถาบูชาดวงชะตา บทขออโหสิกรรม บทแผ่เมตตาอุทิศบุญครบสูตร

กรอบเดินลายทองเทวบุตร เทวดา พญานาคราช พระพุทธเจ้ารักษา เป็นมหามงคล
รูปเล่มขนาดกระทัดรัด พกพาสะดวก ยกลายเดินทองบนพื้นสีสวย กระดาษอาร์ตเคลือบด้านกันน้ำ
กันแสงสะท้อน ถนอมสายตา พลิกหน้าสวดมนต์เรียงตามเลขหน้าสะดวกมาก
ลำดับบทสวดมนต์ถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์สำหรับการสวดมนต์ประจำวัน

๑๐ สีสวยเดินลายทองเทวบุตร เทวดา

๑. สีแดง เดินลายทอง ( วันอาทิตย์ )
๒. สีดำ เดินลายทอง ( วันจันทร์ )
๓. สีชมพู เดินลายทอง ( วันอังคาร )
๔. สีเขียวมรกต เดินลายทอง ( วันพุธ )
๕. สีส้ม เดินลายทอง ( วันพฤหัสบดี )
๖. สีฟ้า เดินลายทอง ( วันศุกร์ )
๗. สีม่วง เดินลายทอง ( วันเสาร์ )
๘. สีน้ำตาล เดินลายทอง
๙. สีน้ำเงิน เดินลายทอง
๑๐. สีเงิน เดินลายทอง

ขนาด ۰แผ่นพับบทสวดมนต์สีสวย۰
ขนาดเล่ม 6 x 3 นิ้ว

ขนาดเมื่อกางออก 6 x 18 นิ้ว
8 พับ 16 หน้า

๑๙ บทสวดมนต์ พระคาถาศักดิ์สิทธิ์

๑. บทบูชาพระรัตนตรัย
๒. บทกราบพระรัตนตรัย
๓. บทนอบน้อมพระพุทธเจ้า
๔. บทขอขมาพระรัตนตรัย
๕. บทไตรสรณคมน์
๖. คำสมาทานศีล5
๗. บทถวายพรพระรัตนตรัย (อิติปิโสฯ)
๘. พุทธชัยมงคลคาถา
๙. มหาการุณิโก
๑๐. สรรพมงคลคาถา
๑๑. คาถาชินบัญชร
๑๒. อิติปิโสฯ
๑๓. คาถาบูชาดวงชะตา
๑๔. บทแผ่เมตตาแก่ตนเอง
๑๕. บทแผ่เมตตาแก่สรรพสัตว์
๑๖. บทแผ่บุญกุศล
๑๗. คาถาล้างกรรม (หลวงปู่ปาน วัดบางนมโค)
๑๘. บทขออโหสิกรรม-ถอนสาบาน
๑๙. บทกรวดน้ำแผ่เมตตา ( หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต)

ออกแบบแผ่นพับให้พลิกเปิดสวดมนต์ตามลำดับเลขหน้าได้สะดวก เรียงลำดับบทสวดมนต์ถูกต้อง

►ไ ม่ มี พิ ม พ์ ชื่ อ เ จ้ า ภ า พ ◄
บทสวดมนต์ดีงามเต็ม 16 หน้า 8 พับ
ครูบาอาจารย์ท่านว่า..เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ให้ และ ผู้รับเหลือคณา

เลือกสีได้ 2 แบบ

>> แบบ A คละสี >> 100 เล่ม คละ 10 สีๆละ 10 เล่ม

>> แบบ B สีเดียว >> 100 เล่ม 1 สี

ราคาแผ่นพับบทสวดมนต์สีสวย

ราคาเล่มละ ๑๓ บาท
๑ กองบุญ มี ๑๐๐ เล่ม
กองบุญละ ๑,๓๐๐ บาท
บวกค่าจัดส่งตามน้ำหนัก

☼ ไม่มีกำหนดขั้นต่ำ สั่งกี่เล่มก็ได้ มากหรือน้อยก็ราคาเดียวกันค่ะ 【เล่มละ ๑๓ บาท 】

ธรรมทานบทสวดมนต์สีสวยบุญใหญ่ อานิสงสฺ์สูง
แจกแผ่นพับบทสวดมนต์สีสวย
สร้างบุญด้วยการให้ปัญญา ให้ความสงบ ความสุข ความสว่าง
แก่คนทั้งหลายให้ได้สุขใจทั่วหน้า สวดมนต์ข้ามปี เริ่มต้นดีๆแต่ต้นปี
เพื่อชีวิตดีตลอดปีและตลอดไป ดังพุทธพจน์กล่าวว่า..
ผู้ใดให้ธรรมเป็นทาน ผู้นั้นชื่อว่าให้นิพพานแก่คนทั้งหลาย
ให้ความเป็นคน ให้สติปัญญา
ให้ความพ้นทุกข์ ให้ทางสว่างแห่งธรรม

การสวดมนต์ไหว้พระนั้น ถึงแม้ว่าเราจะออกเสียงหรือไม่ออกเสียงก็ตาม พวกเทพเจ้าเหล่าเทวดาเขามีหูทิพย์ตาทิพย์ เขาก็จะได้ยินเสียงที่เราสวดมนต์ไหว้พระด้วยพระสูตรต่างๆ เมื่อเขาได้ยิน เขาก็จะเกิดความปีติยินดีในการสวดมนต์ไหว้พระกับเรา เขาก็จะพากันมาร่วมอนุโมทนาบุญกับเราด้วย ถ้าจิตเราสงบลงไปบ้างสักเล็กน้อย เราก็จะได้ยินเสียงที่เขามาอนุโมทนากับเรา เสียงที่เขาเปล่งสาธุการนั้นมันดัง ปานฟ้าสิถล่มทลายลงมาทับดิน คลื่นเสียง เป็นแรงสั่นสะเทือนสามารถเดินทางได้ไกล เสียงสวดมนต์เป็นคลื่นเสียงแห่งบุญ แห่งความดี ยิ่งทำด้วยจิตสงบยิ่งกว้างไกลขึ้น ฉะนั้นสวดมนต์กันบ้างเลือกบทสวดที่ชอบ จะเป็นบาลี สันสกฤต ธิเบต ก็แล้วแต่ล้วนแต่มีอานุภาพทั้งนั้น

– หลวงปู่ชอบ ฐานสโม –

บทสวดมนต์สีสวย 5 กองบุญ รับกล่องญาณเสียงธรรมศักดิ์สิทธิ์

ร่วมบุญ 5 กองบุญ (500 เล่ม)
รับมอบกล่องญานลำโพงเสียงธรรมศักดิ์สิทธิ์ 1 เครื่อง »» ลำโพง Blue Tooth
คุณภาพสูง ขนาดเล็กๆน่ารักมาก ขนาด 4.5 x 9 x 6 CM.
มี 6 สีสวย ใช้งานง่าย พกพาสะดวกเปิดฟังได้ทุกที่ บรรจุเสียงสวดมนต์
และ บทบรรยายธรรม เต็ม 16 GB

กล่องญานเสียงธรรมศักดิ์สิทธิ์นี้เปิดที่ไหนที่นั้นศักดิ์สิทธิ์ ปลุกเสกธาตุทั้งห้าในกาย บ้านเรือนร้านค้า ดิน น้ำ ลม ไฟ อากาศ ให้ศักดิ์สิทธิ์ด้วยพลังพุทธมนต์ เทพเทวา สรรพสิ่ง สรรพสัตว์ทั้งหลาย จิตญานทั้งหลาย ล้วนยินดีในธรรม บังเกิดภูมิธรรม ปัญญาญาน ความรู้ ความสงบสุขจากมนตราอันศักดิ์สิทธิ์และเสียงธรรมอันทรงคุณค่าหาฟังได้ยากนับพันบท เหมาะสำหรับทุกท่าน ทุกคน ทุกเพศทุกวัย ทุกสถานที่


✅ กล่องญาณสำหรับแจกฟรีเป็นธรรมทานเท่านั้น‼ ไม่มีจำหน่าย ❌
✅ ดูสารบัญธรรมได้ที่ไลน์นี้ LINE:@nammon
✅ หรือกดที่นี่► https://line.me/R/ti/p/%40nammon
ธรรมทานแผ่นพับบทสวดมนต์สีสวย 

❌❌ กล่องญานลำโพงเสียงธรรมศักดิ์สิทธิ์ ❌❌
คลื่นมนตราเสียงสวดมนต์เป็นคลื่นเสียงแห่งบุญ แห่งความดี คือแสงสว่าง คือคลื่นแห่งการเยียวยา คลื่นเสียงมนตราทำให้เกิดคลื่นเสียงที่มีความสม่ำเสมอ เข้าไปกระตุ้นร่างกายให้เกิดการเยียวยา เมื่อหูของเราได้ยินเสียง บทสวด ก็จะส่งสัญญาณต่อไปยังศูนย์การได้ยินที่อยู่บริเวณสมองกลีบขมับ ก่อนส่งไปบริเวณก้านสมอง ซึ่งเมื่อได้รับคลื่นเสียงช้าๆ สม่ำเสมอประมาณ 15 นาที ก็จะหลั่งสารสื่อประสาทที่มีประโยชน์มากมาย

“สมองของ เราเมื่อได้รับการกระตุ้นด้วยคลื่นเสียงช้า ๆ สม่ำเสมอประมาณ 15 นาทีขึ้นไป จะทำให้เซลล์ประสาทของระบบประสาทสมองสังเคราะห์สารสื่อประสาทหลายๆชนิด บริเวณก้านสมองจะหลั่งสารสื่อประสาทชื่อ ซีโรโทนิน (serotonin) เพิ่มขึ้นซึ่งมีฤทธิ์คล้ายยานอนหลับ ช่วยการเรียนรู้ ลดความเครียด ลดอาการซึมเศร้า ลดระดับน้ำตาลในเลือด และเป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์สารสื่อประสาทอื่นๆ เช่น เมลาโทนิน ซึ่งเปรียบคล้ายกับยาอายุวัฒนะ เพราะจะช่วยยึดอายุการทำงานของเซลล์ประสาท เซลล์ร่างกาย ให้ชีวิตยืนยาวขึ้น และยังมีคุณสมบัติช่วยให้นอนหลับ เพิ่มภูมิต้านทาน ทำให้เซลล์สดชื่นขึ้น

รวมถึง โดปามีน มีฤทธิ์ลดความก้าวร้าวและอาการพาร์กินสัน นอกจากนี้ปริมาณของซีโรโทนินมีความสัมพันธ์ต่อการกระตุ้นการหลั่งสารสื่อ ประสาทอื่น ๆ เช่น อะเซทิลโคลีน ช่วยในกระบวนการเรียนรู้และความจำ ช่วยขยายเส้นเลือด ทำให้ความดันลดลง และยังช่วยลดปริมาณ อาร์กินิน วาโซเปรสซิน ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมความก้าวร้าว ความสมดุลของน้ำ และซีโรโทนินยังเข้าไปลดปริมาณของสารเคมีชนิดหนึ่งที่เป็นตัวกระตุ้นของการ ทำงานของต่อมหมวกไตให้ลดลง ส่งผลให้ระบบประสาทส่วนกลางทำงานน้อยลง ร่างกายจึงรู้สึกผ่อนคลาย ปลอดโปร่ง และไม่เครียด ภูมิต้านทานเพิ่มขึ้น”

วัตถุมงคลล้ำค่าที่ระลึก

1 กองบุญ 100 เล่ม ได้รับ พระพุทธเจ้าน้อย เนื้อทองโบราณ 1 องค์

5 กองบุญ 500 เล่ม ได้รับ กล่องญาณเสียงธรรมศักดิ์สิทธิ์ 1 เครื่อง

6 กองบุญ 600 เล่ม ได้รับ พระพุทธเจ้าน้อย เนื้อเงิน 1 องค์

15 กองบุญ 1,500 เล่ม ได้รับ พระพุทธเจ้าน้อย เนื้อทองคำแท้ 1 องค์

ช่องทางการแจกธรรมทาน

  • ถวายธรรมทานนี้แด่พระพุทธองค์ประธาน ในวิหาร โดยขอโหสิกรรม แผ่เมตตา อุทิศบุญตั้งแต่หน้า ๑๒ ถึง หน้า ๑๕
    แล้วนำไปวางถวายไว้ในจุดที่วัดจัดไว้ให้วางธรรมทาน หรือ วางถวายไว้บนตู้บริจาค { การถวายธรรมทานแบบนี้ ถือว่าถูกสถานที่
    ถูกบุคคลอย่างยิ่ง }แล้วอย่าลืมแผ่เมตตา อุทิศบุญ กรวดน้ำให้กับทุกสรรพสิ่ง ทุกสรรพสัตว์ เนื้อความหน้า ๑๔ ถึง ๑๖
    บอกไว้ครอบคลุมละเอียดค่ะ สำคัญคือ..ใจต้องคิดเมตตาส่งไปด้วยนะคะ

หมั่นตั้งจิตอธิษฐานสร้างบุญ 9 วัดดูค่ะ ไปทำบุญทำทานและพักผ่อนไปกับครอบครัวด้วย
การหมั่นสร้างธรรมทานร่วมกับคนใกล้ชิด ไม่ว่าจะครอบครัว บริวาร เพื่อน
จะทำให้ชีวิตราบรื่นขึ้นปัญหาต่างน้อยลง เพราะเขาเหล่านั้นคือ พลังงานที่ใกล้ชิดเรา มีผลกับชีวิตเรามากที่สุด

  • จัดเป็นชุดสังฆทาน ถวายแด่พระภิกษุ
  • แจกเป็นของชำร่วยแห่งบุญ ในงานมงคล และงานอวมงคล มีอานิสงส์สูงยิ่ง เลือกสีอ่อนหวานเย็นตาสำหรับงานมงคล
    สีขรึมสุภาพสำหรับงานอวมงคล
  • นำไปถวายโรงพยาบาลสงฆ์ พุทศาสนิกชนที่มาทำบุญชอบหยิบกลับไปสวดมนต์มากๆ
  • บ้านคนชรา เด็กกำพร้า คนพิการ คนด้อยโอกาส และเรือนจำ ที่เหล่านี้หลายท่านลืมนึกถึง แจกเขาแล้ว
    วางไว้แจกคนที่มาแวะมาเยี่ยมมาทำบุญด้วยก็จะดีมากค่ะ
Instagram has returned invalid data.