พระสีวลีเถระ ผู้เลิศในลาภ โภคทรัพย์สมบัติ มีกินไม่มีหมด
บูชาเพื่อความมั่งคั่งร่ำรวย อุดมสมบูรณ์ สำเร็จสมปรารถนา

พระสีวลี พระอรหันต์ผู้บันดาลโชคลาภ ความอิ่มอุดม ทรัพย์สินเพิ่มพูน ที่แม้แต่พระพุทธเจ้ายังยกย่องให้เป็นเอตทัคคะผู้เลิศในทางผู้มีลาภมาก ด้วยหลังจากผนวชท่านเป็นผู้มีลาภ-สักการะมาก อันด้วยกุศลกรรมที่ท่านทำมาแต่อดีต

พุทธคุณแห่งพระสีวลี

พระสีวลีเถระ หรือ พระฉิมพลี ท่านเป็นพระอรหันต์ ที่มีบารมีทางด้านโชคลาภ ไม่ว่าท่านจะไปสู่ที่แห่งใด ก็จะเกิดลาภกับท่านเสมอ อาศัยบารมีของพระสิวลีนี่เอง ทำให้ผู้ที่เคารพบูชาท่านได้รับผล เป็นความสงบสุขร่มเย็น อิ่ม อุดมสมบูรณ์ มั่งคั่งร่ำรวยด้วยโภคทรัพย์สมบัติ มีกินไม่หมด จนไม่เป็น

ในสมัยพุทธกาลก็คือ มีหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งเกิดในตระกูลพ่อค้ามีนามว่า สุภาวดี นางได้เลื่อมใสศรัทธาพระพุทธศาสนา และนับถือพระสีวลีเถระเป็นอย่างยิ่ง เมื่อแม่นางได้ฟังธรรมจนลึกซึ้ง พระสีวลีก็ให้ศีลและให้พรว่า”จงเจริญรุ่งเรืองด้วยทรัพย์สิน เงินทองจากการค้าขาย เงินทองไหลมาเทมาสมความมุ่งมาดปรารถนาด้วยเถิด” หลังจากที่นางสุภาวดีได้รับพรจากพระสีวลีเถระแล้ว ไม่ว่านางและผู้เป็นบิดามารดาจะไปค้าขายที่ใด ก็จะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า มีแต่กำไรหลั่งไหลเข้ามาทุกครั้งไป ซึ่งนางสุภาวดีนั้นได้เป็นที่รู้จักของคนไทยเป็นอย่างดี ซึ่งก็คือแม่นางกวักนั่นเอง

ตำนานพระสีวลีเถระ

ในสมัยพุทธกาลนครแห่งหนึ่งชื่อว่าโกลิยะ มีพระเจ้าโกลิยะเป็นผู้ปกครอง พระองค์มีราชธิดาพระองค์หนึ่งนามว่าพระนางสุปปวาสา ซึ่งเป็นคนที่ชอบทำบุญทำทาน พระนางได้อภิเษกสมรสกับเจ้าชายในราชวงศ์ศากยะพระองค์หนึ่ง ทั้งสองครองคู่กันจนกระทั่งพระนางตั้งครรภ์

เมื่อนั้นได้เกิดความอัศจรรย์ขึ้น นับตั้งแต่ที่ทารกน้อยมาปฏิสนธิในครรภ์ ก็มีชาวบ้านนำของบรรณาการมาถวายแด่พระนางอย่างไม่ขาดสาย เป็นจำนวนมากถึงวันละ 100 เล่มเกวียน ทั้งในเวลาเช้าและเวลาเย็น

แต่นั้นยังไม่ใช่ความน่าประหลาดใจทั้งหมดที่เกิดขึ้น เพราะขณะที่พระนางทรงตั้งครรภ์ เมื่อใดก็ตามที่พระนางจับกระเช้าที่บรรจุเมล็ดพันธุ์ต่างๆ เมื่อนำเมล็ดพันธุ์เหล่านั้นไปหว่านลงในที่นาก็จะได้ผลผลิตออกมาประมาณ 50 เล่มเกวียน ซึ่งถือว่าได้มากเกินกว่าผลผลิตในที่นาตามปกติ ยิ่งไปกว่านั้นไม่ว่าจะเป็นสิ่งของใดๆก็ตามหาพระนางได้นำมือไปสัมผัสแล้ว ของที่พร่องน้อยลงไปนั้น ก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมอย่างน่าอัศจรรย์

เรื่องนี้ทำให้ชาวเมืองต่างก็พูดเล่าขานกันต่อไปว่าราชธิดาองค์นี้ช่างมีบุญจริงๆเพราะไม่ว่าสิ่งของใดๆ ถ้าพระนางได้แตะต้องแล้วจะไม่มีวันพร่องหมดไป จนกว่าจะยกออกจากที่ตั้งนั้น

เวลาล่วงเลยผ่านไปจนครบ 9 เดือนซึ่งเป็นเวลาครบกำหนดที่พระนางจะคลอดลูกแล้ว แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรพระนางก็ยังไม่ให้กำเนิดทารกเสียที นอกจากนี้พระนางก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเจ็บครรภ์หรือมีสัญญาณว่าจะคลอดแม้แต่น้อย ญาติๆ และพระสวามีของพระนาง ต่างรู้สึกกระวนกระวายใจมากนับจากวันที่ครบกำหนดคลอด คือ 9 เดือนแล้ว ก็ยังไม่คลอด ก็นับเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวเล่าขานว่าพระนางนั้นตั้งครรภ์ยาวนานกว่าคนทั่วไป เป็นที่น่าประหลาดใจยิ่งนัก สรุปรวมเวลาท่านอาศัยอยู่ในครรภ์มารดานานถึง 7 ปี 7 เดือน 7 วัน อันอุดมด้วยความอุดมสมบูรณ์ตลอดมา

หลังจากที่ท่านประสูติแล้ว พระมารดาก็ได้ทำบุญมหาทานฉลองตลอด 7 วัน และในวันที่ 7 พระสารีบุตรจึงชวนเธอบวชเธอดีใจมากและได้รับอนุญาตจากพระมารดาเป็นอย่างดี ซึ่งชีวิตท่านถือว่าแปลกที่สุด คือเมื่อคลอดแล้วได้เพียง 7 วัน มารดาก็ทำงานได้เลย ด้วยการนิมนต์พระพุทธเจ้ามาทำบุญ หลังจากนั้น ท่านได้บวชเป็นสามเณรทันที ซึ่งท่านได้ใช้ชีวิตฆราวาสจริงๆ เพียง 7 วันเท่านั้น เมื่อบวชแล้ว ลาภสักการะทั้งหลายก็เกิดขึ้นมากมายแก่ภิกษุทั้งหลาย

ในเวลาใกล้ประสูติ แม้พระมารดาของท่านจะได้รับทุกขเวทนาอย่างแรงกล้า แต่ยังมีสติที่ดี จึงขอให้พระสวามีไปกราบบังคมทูลขอพร จากพระบรมศาสดา

ในการครั้งนั้น พระพุทธองค์ ได้ทรงตรัสประทานพรแก่พระนางว่า “ขอพระนางสุปปวาสา พระราชธิดาแห่งพระเจ้ากรุงโกลิยะ จงเป็นหญิงมีความสุข ปราศจากโรคาพยาธิ ประสูติพระราชโอรสผู้หาโรคมิได้เถิด” ด้วยอำนาจแห่งพระพุทธานุภาพ ของพระพุทธองค์ ผู้เป็นใหญ่ทั้ง 3 โลก ทำให้ความทุกขเวทนาของพระนางก็อันตรธานหายไป พระนางจึงได้ประสูติพระราชโอรสอย่างง่ายดาย ดุจน้ำไหลออกจากหม้อ กุมารน้อยจึงได้รับพระนามว่า “สีวลีกุมาร” นับแต่นั้นเป็นต้นมา

และเมื่อพระนางมีพระวรกายแข็งแรงดีแล้ว มีพระประสงค์ที่จะถวายมหาทานติดต่อกันเป็น เวลา 7 วัน ในวันถวายมหาทานนั้น สีวลีกุมารมีพระวรกายเข้มแข็งดุจกุมารผู้มีพระชนม์ 7 พรรษา ได้ช่วยพระบิดาและพระมารดาจัดแจงกิจต่างๆ และพระสารีบุตรเถระท่านได้สังเกตดูอยู่ตลอดเวลา เกิดความรู้สึกพอใจในพระราชกุมารน้อย เมื่อถึงวันที่ 7 ซึ่งเป็นวันสุดท้าย ท่านจึงได้ชักชวน สีวลีกุมารจึงออกบวชเป็นสามเณรทันที ซึ่งท่านได้ใช้ชีวิตฆราวาสจริงๆ เพียง 7 วันเท่านั้น เมื่อบวชแล้ว #ลาภสักการะทั้งหลายก็เกิดขึ้นมากมายแก่ภิกษุทั้งหลาย

พระสารีบุตรเถระ ผู้รับภาระเป็นพระอุปัชฌาย์ ได้สอนพระกรรมฐานเบื้องต้น คือตจปัญจกกรรมฐาน ทั้ง 5 ได้แก่ เกสา(ผม) โลมา(ขน) นขา(เล็บ) ทันตา(ฟัน) ตโจ (หนัง) ให้ พิจารณาของทั้ง 5 เหล่านี้ว่าเป็นของไม่งาม เป็นของสกปรก ไม่ควรเข้าไปยึดติดหลงใหล เมื่อสีวลีกุมารได้สดับ พระกรรมฐาน นั้นแล้ว นำไปพิจารณาในขณะที่กำลังจรดมีดโกนเพื่อโกนผมครั้งแรกนั้น ท่านได้บรรลุเป็นพระโสดาบัน จรดมีดโกนลงครั้งที่ 2 ท่านได้บรรลุเป็นพระสกทาคามี จรดมีดโกนลงครั้งที่ 3 ท่านได้บรรลุเป็นพระอนาคามี และ เมื่อโกนผมเสร็จ ท่านได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ ทั้งที่อายุยังน้อย

ในครั้งใดก็ตาม หากท่านร่วมคณะเผยแพร่ธรรม ไปกับคณะองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะพบว่ามีผู้ทำบุญถวายปัจจัยอย่างไม่ขาด ทั้งภัตตาหาร และที่พักอาศัย แม้จะออกเผยแพร่ธรรมในเป็นดินแดนห่างไกล ยากไร้ แห้งแล้ง กันดารเพียงใดก็ตาม ด้วยบุญบารมีของพระสีวลีนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะตัวท่านเอง แต่ยังได้เผื่อแผ่ไปยังพระสัมมาสัมพุทธเจ้า รวมทั้งสงฆ์สาวกท่านอื่นๆ ให้ได้รับปัจจัยอย่างทั่วถึง

ด้วยเหตุนี้พระพุทธองค์ จึงทรงประกาศให้ปรากฏในหมู่พุทธบริษัทตรัสยกย่องท่าน ในตำแหน่ง เอคทัคคะ เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายในทาง “ผู้มีลาภมาก”

จึงเป็นที่มาของความศรัทธาที่ว่า ท่านทรงเป็นพระภิกษุสงฆ์แห่งโชคลาภ และความสมบูรณ์มั่งคั่งที่ไม่เคยขาด และความศรัทธานี้ก็ยังคงปรากฏอย่างเด่นชัด สืบทอดมาจนปัจจุบันนี้ หากผู้ใดบูชาพระสิวลีอย่างถูกต้อง ก็จะพบความร่ำรวยอย่างรวดเร็ว และมีกินมีใช้ไม่ขาด ซึ่งความศรัทธานี้ ได้สืบเนื่องมาจนปัจจุบัน ทำให้มีผู้ที่ทำธุรกิจการค้า หรือต้องการประสบความสำเร็จโดยเร็วในด้านเมตตามหานิยม หรือโชคลาภ สรรเสริญจึงบูชาพระสีวลีไม่ได้ขาด โดยมีวิธีในการบูชาที่ถูกต้อง ดังต่อไปนี้

เคล็ดบูชาพระสิวลี

เริ่มจากการหมั่นบริจาคทาน คือ หัวใจของการบูชาพระสิวลีให้ได้ผลเลิศ เพราะในอดีตทุก ๆ ชาติที่ผ่านมา พระสิวลีท่านจะทำบุญด้วยศรัทธาที่เต็มเปี่ยม ทำบุญด้วยศรัทธาเต็มร้อย แม้ว่าของที่ทำบุญจะราคาไม่แพง แต่ก็เป็นการถวายที่ทรงคุณค่า เพราะเป็นการให้ในสิ่งที่ผู้รับต้องการ ดุจการได้น้ำในทะเลทราย ดุจการได้อาหารในยามหิว เมื่อบริจาคทาน ให้สิ่งของผู้ยากไร้ ท่านจะได้อานิสงส์บุญมาก และนอบน้อมจิตเชื่อมบุญกับพระสีวลี เพื่อผลบันดาลแห่งลาภ ลาภะ สักการะ

คาถาบูชาพระสิวลี

” สีวะลี มะหาเถโร เทวะตานะระปูชิโต โสระโห ปัจจะยาทิมหิ อะหัง วันทามิ สัพพะทาฯ

สิวสีจะ มะหาเถโร ยักขาเทวาภิปูชิโต โสระโห ปัจจะยาทิมหิ อะหัง วันทามิ สัพพะทาฯ

สิวะลีเถระคุณังเอตัง โสตถุลาภัง ภะวันตุฯ “

คาถาบทนี้ ท่านให้ภาวนาก่อนนอน หรือ หลังตื่นนอน ก่อนเริ่มกิจการงาน จะบันดาลโชคลาภร่ำรวย ค้าขายดีมีโชค สะดวกในเรื่องธุรกิจ ติดต่อศัตรูหมู่มารที่มุ่งร้าย จะกลับกลายเป็นมิตร มีแต่ความสุขสันติ เป็นสิริมงคลชีวิตตลอดไป

(สำหรับคาถาบูชาพระสิวลีนั้น มีครูบาอาจารย์ได้แต่งขึ้นมาบูชาท่านหลายสำนัก กล่าวกันว่าทุกสำนักนั้นถูกต้องหมดทั้งสิ้น เพราะเต็มไปด้วยอักขระที่ทรงพลานุภาพทุกตัวอักษร)

“นะ ชา ลี ติ”
ยันต์สี่ตัว
“หัวใจพระสีวลี”

นะ หนึ่งพึงอ่อนน้อม นรชน
ชา ตื่นแต่เช้าทน ต่อสู้
ลี รู้จักขวนขวาย ทางชอบ ขยันนา
ติ อิดังนี้ผู้ สืบสร้างจึงรวยฯ

๑. คำว่า “นะ” คำนี้นั้นไซร้ ท่านว่ามาจากคำว่า “นะโม” ซึ่งคำว่านะโม มีความหมายถึงความอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ได้วางตนเหนือผู้อื่น ไม่ดูถูกใคร และน้อมรับฟังคำตำหนิจากผู้อื่น ไม่ว่าจะอ่อนเยาว์กว่าหรือว่าสูงวัยกว่า นอกจากนี้ยังหมายถึงการที่ปราศจากความดื้อดึงในกมลสันดานอีกด้วย

๒. คำว่า “ชา” คำว่า “ชา” นั้นไซร้ท่านว่ามาจากคำว่า “ชาคริยานุโยค” ซึ่งมีความหมายตรงตัวก็คือ เป็นผู้ที่ตื่นเช้า นั่นก็หมายถึงผู้ที่มีความขยันขันแข็ง ไม่เกียจคร้านเอาแต่นอน โดยความขยันนี้เป็นการช่วยทำกิจการต่าง ๆไม่ว่าจะเป็นการงานนอกบ้าน หรือจะเป็นการงานในบ้าน และยังรวมไปถึงการรู้จักรับผิดชอบในงานของตนอีกด้วย

๓. คำว่า “ลี” คำว่า “ลี” นั้นไซร้ ท่านว่ามาจากคำว่า “สีฬหะ” หรือหมายถึงผู้ที่มุ่งมั่นที่จะทำงานในทางที่ชอบ ทางที่ชอบในที่นี้หมายถึงทางที่ถูกต้องตามศีลธรรม ไม่ใช่ทางทุจริต อย่างการทำงานนั้นก็ต้องทำงานที่สุจริต ถูกกฎหมาย และไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน เช่นนี้แหละที่จะถือว่าเป็นงานที่ชอบตามความหมายของ “ลี” ในพระคาถา

๔. คำว่า “ติ” คำว่า “ติ” นั้นท่านว่ามาจากคำว่า “อิติ” ซึ่งมีความหมายว่า “ดังนี้” ก็เหมือนกับเป็นการสรุปความข้างต้นทั้งหมดว่าเป็นดังนี้ มีดังนี้ และจงปฎิบัติดังนี้นั่นเอง

การบูชาพระสีวลีจะทำให้จิตใจของเราผ่องใส ตื่นแต่เช้าไปทำงานทำกิจการ พระสีวลีเองก็จะคุ้มครองดูแล บันดาลโชคลาภ

ผู้บูชาพระสีวลีปางธุดงค์ จะบันดาลให้มีโชคมีลาภ เดินทางไปทำกิจใด การใดก็ประสบความสำเร็จเป็นตามที่ใจปรารถนา ได้ลาภยศสรรเสริญ คนรักนับถือ ไม่มีอด ไม่มีอยาก จะมีข้าวของเงินทองเครื่องใช้พทรัพย์สมบัติพรั่งพร้อมบริบูรณ์ ชีวิตมีความสุข ถามหาความทุกข์นั้นหาไม่เจอ ในยามที่มีอันตรายใดๆ ก็จะแคล้วคลาด ด้วยบุญบารมีของพระสีวลีจะช่วยผ่อนสิ่งที่หนัก ให้เบาลง

สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ

การให้ธรรมเป็นทาน ย่อมชนะการให้ทั้งปวง

➤ แผ่นพับบทสวดมนต์สีสวย >> https://bit.ly/3jwpYt5

➤ 11 สีสวย >> https://bit.ly/3jpUrsD

➤พระพุทธเจ้าน้อย >> https://bit.ly/2ZSkil4

➤พระสีวลีมหาลาภ >> https://bit.ly/2ORTxqG

➤ขวดน้ำทองแดงอายุรเวท >> https://bit.ly/2ORTxqG

➤ วิทยุเสียงธรรมคาถาศักดิ์สิทธิ์ >> https://bit.ly/3fQJOwX

➤ สารบัญเสียงธรรมคาถาศักดิ์สิทธิ์>> https://bit.ly/3i5yJZn